ปฏิรูปการศึกษา ต้องพัฒนาครูไทย
นายกรัฐมนตรีไทยต้องการการศึกษาไทยให้ก้าวไกลทันโลก นักวิชาการด้านศึกษาศาสตร์ไทยต้องการให้การเรียนการสอนทันสมัย เรียนรู้แบบเสวงหา และมีการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง พ่อแม่ผู้ปกครองต้องการโรงเรียนที่ดีใกล้บ้าน ไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือเสียค่าใช้จ่ายที่คุ้มแก่การลงทุน ด้วยความคาดหวังดังกล่าวจึงได้มีการปฏิรูปการศึกษา และได้เริ่มมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2542 และมีผลให้เกิดการปรับโครงสร้างเพื่อกระจายอำนาจ มีเขตพื้นที่การศึกษาขึ้นรองรับงาน 175 แห่งทั่วประเทศ และให้โรงเรียนมีความเป็นนิติบุคคล แต่กระนั้นก็ดูเหมือนการศึกษาไทยยังไม่ได้เปลี่ยนไปได้ตามฝัน
ทำไมการศึกษาไทยจึงยังไม่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างที่คาดหวัง มีการเปลี่ยนรัฐบาลไปหลายครั้ง เปลี่ยนรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการไปแล้วหลายคน แต่กระนั้นระบบการศึกษาไทยก็ยังไม่ได้เปลี่ยนไปดังเจตนาแห่งการปฏิรูป ที่เป็นไปเช่นนั้น เพราะส่วนหนึ่งเรายังไม่สามารถปรับเปลี่ยนครูซึ่งมีอยู่กว่า 600,000 คนทั่วประเทศมากนัก
ครูไทยคือใคร ครูไทยคือ คือคนระดับกลาง และระดับกลางส่วนล่างทางเศรษฐกิจและสังคม พูดง่ายๆ คือเป็นลูกชาวบ้านชาวชนบททั่วๆไป มีสัดส่วนของความเป็นสตรีสูง บางโรงเรียนอาจมีสตรีมากถึงร้อยละ 90 มีเป็นอันมากที่อยู่ในวัยกลางคนและไล่ไปจนถึงวัยเตรียมเกษียณ ครูไทยมีอายุมากขึ้น อ่อนกำลังลง และมีกำลังมาเสริมน้อยมาก ไม่มีช่องทางสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังและความตั้งใจเข้าสู่ระบบมากนัก ระบบการผลิตครูที่ผ่านมาได้ผลิตเกินและผลิตอย่างไม่มีคุณภาพ จนในปัจจุบันสถาบันผลิตครูทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และการศึกษาในมหาวิทยาลัย ต่างต้องลดกำลังผลิตลง ลดการลงทุน และเป็นผลให้ต้องลดคุณภาพไปด้วย จะสังเกตได้ว่ากิจกรรมบางอย่างที่มีความสำคัญมาก คือการให้นิสิตนักศึกษาครูได้ไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพตามโรงเรียนต่างๆ นั้น ปัจจุบัน ส่งไปเฉพาะที่ใกล้มหาวิทยาลัย ส่งไปแล้วไม่มีครูตามไปนิเทศงาน หรือไปก็ลดความสำคัญลง เยาวชนรุ่นใหม่ในต่างจังหวัดที่เคยนิยมเรียนครู เพราะมีทุนการศึกษาให้ ปัจจุบันก็ไม่นิยมเรียน เพราะเรียนแล้วไม่มีงานทำ ทำแล้วก็มีรายได้เยี่ยงราชการทีค่อนข้างต่ำ หรือไม่ก็เป็นอัตราจ้างที่ไม่มีการขึ้นเงินเดือน ไม่มีอนาคต เป็นงานไม่น่าสนใจ ไม่ดึงดูด
 |
ครูเป็นหัวใจของการพัฒนาการศึกษา ในยุคใหม่ เรามีคอมพิวเตอร์ มีอินเตอร์เน็ต และสื่อการสอนใหม่ๆ มากมายที่ช่วยครูทำงานได้ดีกว่าเดิมมาก เด็กๆ และเยาวชนก็มีช่องทางการเรียนรู้ที่กว้างขวางและเรียนรู้ด้วยตนเองได้มากขึ้น แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าสื่อจะมาทดแทนครูได้ ครูยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อระบบการศึกษา ครูยุคใหม่นอกจากต้องมีความรู้ในด้านเนื้อหาเป็นอย่างดีแล้ว ยังต้องมีความสามารถในการใช้สื่อการสอนแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครูต้องมีวิธีการสอนที่เปลี่ยนไป กลายเป็นผู้ชี้แนะการเรียน มากกว่าผู้บรรยาย ยืนหน้าชั้นแล้วสอนอย่างที่ผ่านมา โลกยุคใหม่ต้องการการเรียนที่นักเรียนต้องมีขีดความสามารถที่จะแสวงหาความรู้ และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลความรู้ด้วยความเป็นเหตุเป็นผล เด็กในยุคใหม่ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากครูที่เป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาไม่ได้พัฒนาตนเองและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทัศนคติในการสอนและการทำงานใหม่
ในทศวรรษใหม่นี้ ถ้าเราจะเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา เราต้องหันมาปฏิรูปการฝึกหัดครูเสียใหม่ จะต้องให้ความสำคัญต่อกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญทั้งกระบวนการ ทำอย่างไรจึงจะสรรหาและดึงดูดคนดีคนเก่งมาสู่ระบบการศึกษา ทำอย่างไรจึงจะมีกลไกพัฒนาครูประจำการ ให้ต้องตื่นตัวต่อการเปลี่ยนแปลง พัฒนาขีดความสามารถและเทคนิควิธีการสอนอย่างกระตือรือร้น ทำอย่างไรระบบค่าตอบแทนครู เงินเดือน ค่าจ้าง และอื่นๆ จะเป็นแรงจูงใจในการทำงาน สร้างคนดีคนเก่งและเก็บไว้ในระบบ และขณะเดียวกันก็มีกระบวนการปล่อยถ่ายครูหรือบุคคลที่ไม่เหมาะสมกับงานออกจากระบบ แทนที่จะต้องเก็บคนไม่มีประสิทธิภาพไว้เป็นจำนวนมากๆ
ครูดีๆ ในสังคมไทยยังมีอยู่มาก มีครูจำนวนไม่น้อยที่พร้อมให้สิ่งดีๆ ต่อการศึกษาของชาติอย่างหมดใจและทั้งชีวิต การจะเปลี่ยนแปลงครูได้ต้องใช้กระบวนการที่ตั้งบนพื้นฐานแห่งความเข้าใจ ใช้สิ่งดีๆ ที่มีอยู่ รู้จักแยกแยะ ทำด้วยความมีเมตตา มีความเป็นธรรม และการดึงสังคม ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบการศึกษาต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาครู
ในสังคมยุคใหม่ ครอบครัวทั่วไป ชนชั้นกลางมีวันเด็กไม่ใช่เพียงวันเดียว แต่เราให้วันเด็กแก่ลูกหลานของเราทุกวัน เช่นเดียวกัน สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป หากเรารักลูก เราก็ต้องรักครูที่สอนลูกหลานของเรา ครูต้องการวันครูในทุกวันของปี ครูต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีเพียงพอ อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี ครูต้องการสังคมที่เห็นความสำคัญแห่งวิชาชีพ ต้องการเห็นการส่งเสริมคนในวิชาชีพ และมีกระบวนการพัฒนาอาชีพนี้อย่างเข้าใจ มีความเป็นธรรม เป็นระบบ แม้ใช้เวลา และทำแล้วสร้างสรรค์และพัฒนาได้อย่างยั่งยืน
ประกอบ คุปรัตน์
สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
E-mail: pracob@itie.org
|