มิติทั้ง 3
ของ e-Learning
ที่จำเป็นต้องรู้
ในการนำเอา e-Learning เข้ามาใช้ในการเรียนการสอนผู้ใช้ควรที่จะทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับบริบทที่เกี่ยวข้องกับ
e-Learning ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 3 มิติ (ดังในภาพที่ 1)
โดยมิติทั้ง 3 นั้นคือ 1. การนำเสนอเนื้อหา (Media Presentation) 2. การนำไปใช้ในการเรียนการสอนหรือการอบรม
(Functionality) 3. เกี่ยวกับผู้เรียน (Learners)

(ภาพที่ 1) |
1. มิติการนำเสนอเนื้อหาในการนำเสนอเนื้อหานี้สามารถแยกออกเป็น
3 ส่วนได้แก่
1.1 ระดับเน้นข้อความออนไลน์ (Text-Online)
หมายถึง การเรียนการสอนที่เน้นข้อความ (Text)เป็นหลัก สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขได้รวดเร็ว
ผู้สอนหรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านเนื้อหาสามารถบริหารการจัดการรายวิชาได้ด้วยตนเอง
1.2 ระดับรายวิชาออนไลน์เชิงโต้ตอบและประหยัด
(Low cost Interactive Online Course) ในระดับนี้จะมีทั้งข้อความ
ภาพ เสียง และวิดีทัศน์อย่างง่าย ซึ่งจะต้องมีระบบการบริหารการจัดการ (LMS)
ที่ดีเพื่อช่วยผู้สอนหรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านเนื้อหา ในการสร้างและการปรับปรุงเนื้อหา
1.3 ระดับรายวิชาออนไลน์คุณภาพสูง
(High Quality Online Course) ในระดับนี้เป็นระดับมืออาชีพ การออกแบบเนื้อหาการออกแบบการสอนรวมไปถึงการออกแบบภาพกราฟิกจำเป็นต้องใช้ผู้มีความชำนาญ
มีการทำงานเป็นทีมเพื่อ เป็นต้น
2. มิติการนำไปใช้ในการเรียนการสอน/การอบรม
ในมิตินี้สามรถแยกย่อยออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน คือ
2.1 สื่อเสริม (Supplementary) คือการนำเอา
e-Learning เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนโดยที่มีสื่ออื่นๆ เป็นทางเลือกอีกด้วย
ผู้สอนต้องจัดหาหาทางเลือกอื่นไว้ลองรับเพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์เพิ่มเติม
2.2 สื่อเติม (Complementary)
นำไปใช้ในลักษณะเพิ่มเติมจากวิธีการสอนในลักษณะอื่นๆ เช่นนอกเหนือจากการบรรยายในห้องเรียน
ผู้สอนยังออกแบบเนื้อหาให้ผู้เรียนเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมจาก e-Learning
2.3 สื่อหลัก (Comprehensive Replacement)
คือการใช้ e-Learning เข้ามาแทนการเรียนการสอนในห้องเรียนแบบเต็มรูปแบบ
ผู้เรียนต้องศึกษาเนื้อหาแบบออนไลน์ทั้งหมดโดยในต่างประเทศได้ทำการพัฒนา
e-Learning เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะมาใช้แทนการเรียนการสอนแบบเดิมที่มีครูเป็นสื่อหลัก
3. มิติเกี่ยวกับผู้เรียน
กลุ่มผู้เรียนแบบ e-Learning จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่
3.1 ผู้เรียนแบบปกติ (Resident Student)
หมายถึงกลุ่มผู้เรียนที่เดินทางมาเรียนในสถานที่เดียวกันในเวลาเดียวกันและมีที่พักอาศัยอยู่ใกล้เคียงกับสถานที่ซึ่งตกลงกันไว้ว่าจะมาเรียนร่วมกัน
การออกแบบเนื้อหาการสอนควรที่จะดึงดูดใจ เพราะถ้าการออกแบบเนื้อหาไม่ดีผู้เรียนแบบปกติสามารถที่จะเลือกศึกษาบทเรียนโดยใช้สื่ออื่นๆ
3.2 ผู้เรียนทางไกล (Distant Learners)
หมายถึงผู้เรียนที่สามารถเรียนจากสถานที่ที่ต่างกันในเวลาที่ต่างกัน
(Anywhere, Anytime) จึงทำให้ผู้เรียนทางไกลนั้นมีความยืดหยุ่นในด้านสถานที่และเวลาในการเข้าสู่เนื้อหามากกว่าผู้เรียนแบบปกติ
การออกแบบบทเรียนควรที่จะมีความสมบูรณ์ เนื่องจากผู้เรียนแบบทางไกลนั้นมีข้อจำกัดในเรื่องของการติดต่อกับผู้สอน
ถึงแม้จะมี Web-board, E-mail ก็ตาม ตัวสื่อจึงควรที่จะมีความสมบูรณ์
***(สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากหนังสือDesign e-Learning หลักการออกแบบและการสร้างเว็บเพื่อการเรียนการสอน
ผศ.ดร.ถนอมพร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง 2545)***
|